วิศวกรรม กับเด็กปฐมวัย
“Young children are natural engineers”
“เด็กปฐมวัยเป็นวิศวกรโดยธรรมชาติ”
คำเปรียบเปรยดังกล่าวข้างต้นสะท้อนให้เห็นถึงธรรมชาติของเด็กในช่วงปฐมวัยที่เชื่อมโยงกับคุณลักษณะบางประการของวิศวกร (Cunningham, 2018; Weigel et al., 2019; Lottero-Perdue, 2019) เด็ก ๆ มักสงสัยใคร่รู้ว่าสิ่งต่าง ๆ ทำงานอย่างไร พยายามแก้ปัญหาโดยการลองผิดลองถูกเพื่อทดสอบและประเมินว่าวิธีการเหล่านั้นได้ผลหรือไม่ และปรับปรุงแก้ไขให้ได้ผลลัพธ์ตามที่ตนเองต้องการ ซึ่งเราสามารถพบเห็นพฤติกรรมเหล่านี้ได้ในหลากหลายสถานการณ์ ทั้งในระหว่างที่เด็กเล่นและทดสอบกลไกของสิ่งต่าง ๆ เช่น ล้อ คันโยก ปุ่ม ลิ้นชัก รอก เพื่อสำรวจว่าสิ่งเหล่านั้นทำงานอย่างไร ร่วมกันหาชิ้นส่วนที่หายไปเพื่อนำมาต่อหรือประกอบเข้าด้วยกัน ออกแบบและสร้างรถเข็นหรือสิ่งประดิษฐ์จากวัสดุเหลือใช้ที่มีให้สามารถเคลื่อนที่ได้ตามต้องการ เด็กมักจะแสดงความริเริ่มสร้างสรรค์ มุ่งมั่น และเพียรพยายามในการทำสิ่งเหล่านี้แม้จะพบกับอุปสรรคหรือข้อจำกัดก็ตาม เช่นเดียวกับการทำงานของวิศวกรที่สร้างสรรค์และออกแบบสิ่งต่าง ๆ ภายใต้เงื่อนไขหรือข้อจำกัด โดยใช้การออกแบบเชิงวิศวกรรม อีกทั้งยังต้องอาศัยสิ่งที่เรียกว่า จิตนิสัยทางวิศวกรรม (Engineering Habits of Minds) ซึ่งเป็นลักษณะนิสัยหรือวิธีคิดของบุคคลต่อปัญหาหรือความท้าทายในการทำสิ่งต่าง ๆ เช่น เพียรพยายามหรือไม่ย่อท้อ มองโลกในแง่ดี ริเริ่มสร้างสรรค์ อีกด้วย
วิศวกรรมศาสตร์เป็นทั้งความรู้เกี่ยวกับการสร้างสรรค์และการออกแบบกระบวนการ (Processes) และผลิตภัณฑ์ (Products) ที่มนุษย์สร้างขึ้น และเป็นวิธีการแก้ปัญหาที่เรียกว่า การออกแบบภายใต้เงื่อนไขหรือข้อจำกัด (National Academies of Sciences, Engineering, and Medicine [NASEM], 2020) เช่น เวลา เงิน วัสดุ กระบวนการผลิต กฎธรรมชาติ เพื่อตอบสนองความจำเป็นหรือความต้องการของมนุษย์ ซึ่งวิธีการแก้ปัญหา (Solution) นั้น อาจอยู่ในรูปของสิ่งประดิษฐ์ วิธีการ หรือกระบวนการที่ได้รับการปรับปรุงพัฒนา โดยมักมีการทดสอบและแก้ไขซ้ำ ๆ และอาศัยเครื่องมือทางเทคโนโลยีควบคู่ไปกับแนวคิดและการปฏิบัติทางคณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ อีกทั้งยังเชื่อมโยงกับสาขาอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการแก้ปัญหาอีกด้วย

ภาพจาก: freepik.com/Ksenia Chernaya
วิศวกรรมสำหรับเด็กปฐมวัย
วิศวกรรมสำหรับเด็กปฐมวัย หรือวิศวกรรมแรกเริ่ม (Early Engineering) เกี่ยวข้องกับประสบการณ์ที่มุ่งเน้นกระบวนการคิดแบบวนซ้ำ (Iterative Thinking) รวมถึงการทำงานเป็นทีมและสื่อสารวิธีคิดผ่านการออกแบบเชิงวิศวกรรม (Engineering Design) ซึ่งมีลักษณะปลายเปิด มีความท้าทาย (Challenge) ทางวิศวกรรมที่เป็นข้อจำกัดหรือเกณฑ์ในการพิจารณาว่าวิธีแก้ปัญหา (Solution) นั้นประสบความสำเร็จหรือใช้การได้หรือไม่ ประสบการณ์ทางวิศวกรรมเปิดโอกาสให้เด็กทำงานเป็นทีมเพื่อสื่อสาร สร้างความคิด และแก้ปัญหาร่วมกัน ช่วยปลูกฝังคุณลักษณะที่ดี ดังเช่นวิศวกรน้อยที่มีจิตใจเปิดกว้าง มุ่งมั่น เพียรพยายามในการแก้ปัญหา ปรับปรุงและพัฒนางานอย่างต่อเนื่อง เป็นนักแก้ปัญหาร่วมกัน นักสื่อสารที่มีประสิทธิภาพ นักบูรณาการความรู้และการปฏิบัติ นักคิดที่มีจริยธรรม (English, 2021; Evangelou & Bagiati, 2019; English & Moore, 2018; Cunningham, 2018) ช่วยเสริมสร้างและขยายความสามารถตามธรรมชาติของเด็กปฐมวัย เด็กทุกคนจึงควรได้สัมผัสกับประสบการณ์ทางวิศวกรรม แม้ว่าจะไม่ได้ศึกษาในสาขาวิศวกรรมศาสตร์หรือประกอบอาชีพวิศวกรก็ตาม (ASEE, 2020; NASEM, 2022)

ภาพจาก: freepik.com/Ksenia Chernaya
การออกแบบเชิงวิศวกรรม
การมีประสบการณ์ผ่านการออกแบบเชิงวิศวกรรมจึงมีความสำคัญในการเสริมสร้างทักษะและคุณลักษณะที่จำเป็นสำหรับเด็กปฐมวัยในการเติบโตในโลกปัจจุบัน การออกแบบเชิงวิศวกรรมมีเป้าหมายเพื่อสร้างสรรค์วิธีแก้ปัญหาหรือตอบสนองความต้องการที่มีความเฉพาะเจาะจงที่สามารถนำไปใช้งานได้จริงและมีประสิทธิภาพ โดยอาศัยการระบุปัญหา การระดมความคิด การออกแบบและสร้างต้นแบบ การทดสอบและประเมินผลการแก้ปัญหา และการปรับปรุงแก้ไข ซึ่งเป็นกระบวนการวนซ้ำ (Iterative Process) ที่มีลักษณะเป็นวงจรที่มักย้อนกลับไปมาระหว่างขั้นตอนต่าง ๆ ของกระบวนการออกแบบเพื่อปรับปรุงวิธีการแก้ปัญหา และให้ความสำคัญกับการทดสอบเชิงประจักษ์ (Empirical Testing) โดยเน้นไปที่การประเมินประสิทธิภาพและการทำงานของวิธีแก้ปัญหาที่ออกแบบ (NASEM, 2022) กระบวนการออกแบบเชิงวิศวกรรม (Engineering Design Process) เป็นชุดของขั้นตอนที่วิศวกรใช้เพื่อเป็นแนวทางในการแก้ปัญหาหรือพัฒนางาน ซึ่งมีลักษณะเป็นวงจรที่วนซ้ำ สามารถย้อนไปมาหรือทำซ้ำได้ ขั้นตอนของกระบวนการออกแบบเชิงวิศวกรรมนั้นหน่วยงานและนักการศึกษาต่าง ๆ ได้เสนอไว้ โดยอาจมีชื่อขั้นตอนและจำนวนขั้นตอนที่แตกต่างกันออกไป (Heroman, 2019; Museum of Science, 2015; สสวท., 2563) แต่สาระสำคัญของขั้นตอนนั้นไม่แตกต่างกัน ได้แก่ การระบุปัญหา การตั้งคำถาม หรือการคิดเกี่ยวกับปัญหา การจินตนาการถึงวิธีการที่เป็นไปได้ การรวบรวมข้อมูลและแนวคิดเพื่อสรรหาวิธีการที่เป็นไปได้ การสร้างต้นแบบ การทดสอบและ/หรือการปรับปรุงแก้ไขต้นแบบ และการนำเสนอต้นแบบ วิธีการ และผลการแก้ปัญหา

ภาพจาก: freepik.com/Ksenia Chernaya
กระบวนการออกแบบเชิงวิศวกรรมเปิดโอกาสให้เด็กได้ทำงานร่วมกันอย่างวิศวกรเพื่อสร้างความคิด (Ideas) และแก้ไขปัญหา โดยเด็กได้ใช้ความรู้เกี่ยวกับวัสดุและสาขาที่เกี่ยวข้องเพื่อแก้ไขปัญหา ความท้าทายทางวิศวกรรมคือข้อจำกัดหรือเกณฑ์บางประการเพื่อพิจารณาว่าวิธีแก้ปัญหา (Solution) นั้นประสบความสำเร็จหรือไม่ โดยวิศวกรทำตามขั้นตอนซึ่งสามารถย้อนไปมาหรือทำซ้ำเพื่อการตรวจสอบปัญหาและพยายามหาทางแก้ไขหรือปรับปรุงให้ดีขึ้น ครูอาจจัดกิจกรรมตามแนวทางสะเต็มศึกษา (STEM Education) หรือสตีมศึกษา (STEAM Education) โดยให้เด็กใช้กระบวนการออกแบบเชิงวิศวกรรมในการออกแบบและแก้ปัญหาในสถานการณ์และเงื่อนไขต่าง ๆ เช่น ออกแบบและสร้างสรรค์หมวกหรือเสื้อผ้าที่สามารถสวมใส่ได้โดยไม่เปียก
แนวทางการส่งเสริมประสบการณ์ทางวิศวกรรมสำหรับเด็กปฐมวัย
การใช้กระบวนการออกแบบเชิงวิศวกรรมเป็นหัวใจสำคัญของการเสริมสร้างให้เด็กมีประสบการณ์ในการออกแบบและสร้างสรรค์วิธีแก้ปัญหาหรือความต้องการ การส่งเสริมประสบการณ์ทางวิศวกรรมสำหรับเด็กปฐมวัยนั้น สามารถทำได้ทั้งในรูปแบบที่ไม่เป็นทางการโดยใช้การเล่นเป็นฐาน (Play-based Learning) และรูปแบบที่เป็นทางการผ่านการจัดประสบการณ์หรือการสอนอย่างมีจุดมุ่งหมาย (Intentional Teaching) เพื่อทำให้กิจกรรมมีเป้าหมายทางวิศวกรรมมากขึ้นและเสริมต่อประสบการณ์การออกแบบทางวิศวกรรมของเด็ก (Lottero-Perdue, 2019; Gold et al., 2020; Cinar, 2019; NASEM, 2022; Lippard et al., 2017; สสวท., 2563) ผู้เขียนได้นำเสนอแนวทางเพื่อให้ครูปฐมวัยหรือผู้ที่สนใจสามารถนำไปปรับประยุกต์ใช้ในการจัดประสบการณ์ โดยจำเป็นต้องคำนึงถึงการปฏิบัติที่เหมาะสมกับพัฒนาการ ความสามารถ ความสนใจ ประสบการณ์เดิม พื้นฐานความรู้ และบริบททางสังคม ภาษา และวัฒนธรรมของเด็กเป็นรายบุคคล และให้ความสำคัญกับการพัฒนาอย่างเป็นองค์รวมทั้งร่างกาย สังคม อารมณ์-จิตใจ และสติปัญญา ดังนี้
1. เน้นปัญหาเพื่อนำไปสู่การออกแบบ ใช้ปรากฏการณ์ที่น่าสนใจและปัญหา ความท้าทายหรือโจทย์ในการออกแบบที่กำหนดด้วยปัญหาและ/หรือเป้าหมาย ข้อจำกัด เช่น วัสดุ เวลา เกณฑ์ และร่วมกันกำหนดข้อตกลงในการออกแบบและวิธีการทดสอบ เพื่อนำไปสู่การสร้างสรรค์วิธีแก้ปัญหาหรือตอบสนองความต้องการ
2. ใช้การออกแบบเชิงวิศวกรรม จัดประสบการณ์โดยใช้กระบวนการออกแบบเชิงวิศวกรรม เพื่อให้เด็กได้มีส่วนร่วมในการสร้างสรรค์วิธีการแก้ปัญหา ลงมือปฏิบัติเพื่อรวบรวมข้อมูลด้วยวิธีการที่หลากหลาย ใช้ความรู้และทักษะที่เกี่ยวข้องเพื่อแก้ไขปัญหา สร้างชิ้นงานหรือวิธีการ ทดสอบ ประเมิน ปรับปรุง และนำเสนอ
3. บูรณาการวิศวกรรมกับสาขาต่าง ๆ จัดประสบการณ์โดยบูรณาการวิศวกรรมกับสาขาต่าง ๆ เช่น คณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ ศิลปะ ดนตรี ภาษา สังคม การคิดเชิงคำนวณ เพื่อสร้างสะพานเชื่อมโยงความรู้และทักษะระหว่างสาขาอย่างมีความหมายและมีประสิทธิภาพ และนำไปใช้ในการแก้ปัญหา ซึ่งอาจใช้การบูรณาการแบบต่าง ๆ เช่น สหวิทยาการ (interdisciplinary) หรือข้ามสาขาวิชา (Transdisciplinary)
4. เชื่อมโยงประสบการณ์ในชีวิตจริง โดยการสำรวจหรือจัดทัศนศึกษาสถานที่หรือแหล่งเรียนรู้ที่เกี่ยวข้องกับงานวิศวกรรมในสาขาต่าง ๆ เช่น สะพาน เขื่อน พื้นที่ก่อสร้างในบริเวณที่ปลอดภัย ท่ารถ ท่าเรือ สนามบิน โรงพยาบาล โรงงานอุตสาหกรรม การเชิญผู้ปกครอง คนในชุมชน หรือผู้ที่ทำงานด้านวิศวกรรมหรือสาขาทางด้านสะเต็มมาแบ่งปันประสบการณ์ในการทำงาน เช่น วิศวกร สถาปนิก ช่างไม้ ช่างไฟฟ้า คนงานก่อสร้าง นักวิทยาศาสตร์คอมพิวเตอร์ หรืออาจสืบค้นวีดิทัศน์จากแหล่งข้อมูลที่น่าเชื่อถือ
5. ใช้วิธีการที่หลากหลาย ส่งเสริมการมีส่วนร่วมทางวิศวกรรมโดยใช้วิธีการที่หลากหลายและการทำงานร่วมกันผ่านการเล่น การสืบเสาะหาความรู้ การลงมือปฏิบัติ การสำรวจ การสร้างสรรค์ การทดลอง การทดสอบ การไปทัศนศึกษา การสืบค้นแหล่งข้อมูลต่าง ๆ การระดมความคิดและอภิปราย การเล่นเกม โดยครูเป็นผู้อำนวยความสะดวกในการเรียนรู้ ใช้คำถาม สอดแทรกคำศัพท์ที่เกี่ยวข้อง และให้คำแนะนำแก่เด็ก
6. ใช้คำถามกระตุ้นการคิดเชิงวิศวกรรม โดยใช้คำถามที่มีลักษณะปลายเปิด มีจุดมุ่งหมายในการถาม และสิ่งสำคัญคือ การให้เวลาและรอคอยคำตอบหรือคำอธิบายของเด็ก การใช้คำถามอย่างมีจุดมุ่งหมาย ตัวอย่างแสดงดังตาราง 1
ตาราง 1 ตัวอย่างคำถามกระตุ้นการคิดเชิงวิศวกรรม

7. จุดประกายด้วยหนังสือ สื่อ และสภาพแวดล้อม สร้างแรงบันดาลใจและประสบการณ์ทางวิศวกรรมโดยใช้นิทาน หนังสือภาพ นิตยสาร สื่อภาพ (Visuals) โปสเตอร์หรือบัตรภาพพร้อมคำศัพท์ที่เกี่ยวข้องกับวิศวกรรมสำหรับเด็กปฐมวัย เพื่อจุดประกายคำถาม ปัญหา หรือโจทย์ความท้าทาย (Challenge) สำรวจแนวคิด คำศัพท์ หรือแนะนำไอเดียในกิจกรรมหรือการเล่นเชิงวิศวกรรมของเด็ก และจัดสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อประสบการณ์ทางวิศวกรรมทั้งในและนอกห้องเรียน เช่น มุมบล็อก ศูนย์วิศวกรรม หรือพื้นที่นักประดิษฐ์ (Maker Space) สื่อปลายเปิด วัสดุที่หาได้ง่าย เครื่องมือหรืออุปกรณ์เล่นก่อสร้างที่ปลอดภัย ผู้เขียนได้คัดเลือกตัวอย่างหนังสือเกี่ยวกับวิศวกรรมสำหรับเด็กปฐมวัยซึ่งสามารถเข้าถึงได้ทั้งแบบสื่อสิ่งพิมพ์และช่องทาง YouTube แสดงดังตาราง 2
ตาราง 2 ตัวอย่างหนังสือเกี่ยวกับวิศวกรรมสำหรับเด็กปฐมวัย
วิศวกรรมสำหรับเด็กปฐมวัยเกี่ยวข้องกับประสบการณ์ที่มุ่งเน้นกระบวนการคิดแบบวนซ้ำ รวมถึงการทำงานเป็นทีมและสื่อสารวิธีคิดผ่านการออกแบบเชิงวิศวกรรมซึ่งมีลักษณะปลายเปิด การจัดประสบการณ์วิศวกรรมสำหรับเด็กควรมีโจทย์หรือปัญหาที่เป็นข้อจำกัดหรือเกณฑ์ เช่น วัสดุ ความทนทาน เวลา เพื่อใช้ในการออกแบบแก้ปัญหาหรือพิจารณาวิธีแก้ปัญหาที่เหมาะสมกับวัยและความสามารถของเด็ก โดยมีแนวทางการส่งเสริมประสบการณ์ทางวิศวกรรมสำหรับเด็กปฐมวัย ได้แก่ เน้นปัญหาเพื่อนำไปสู่การออกแบบ ใช้การออกแบบเชิงวิศวกรรม บูรณาการวิศวกรรมกับสาขาต่าง ๆ เชื่อมโยงประสบการณ์ในชีวิตจริง ใช้วิธีการที่หลากหลาย ใช้คำถามกระตุ้นการคิดเชิงวิศวกรรม และจุดประกายด้วยหนังสือ สื่อ และสภาพแวดล้อม การส่งเสริมประสบการณ์ดังกล่าวสามารถทำได้ทั้งในรูปแบบที่เป็นทางการโดยใช้กระบวนการออกแบบเชิงวิศวกรรมเป็นฐาน เช่น การจัดประสบการณ์การเรียนรู้ตามแนวทางสะเต็มศึกษา ที่บูรณาการวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี วิศวกรรมศาสตร์ และคณิตศาสตร์ โดยให้ความสำคัญกับกระบวนการออกแบบเชิงวิศวกรรม ซึ่งผู้อ่านสามารถศึกษาแนวทางและตัวอย่างเพิ่มเติมจากบทความเรื่อง สะเต็มศึกษากับการส่งเสริมทักษะในศตวรรษที่ 21 สำหรับเด็กระดับปฐมวัย https://emagazine.ipst.ac.th/237/10/ และบทความเรื่อง การจัดประสบการณ์การเรียนรู้ตามแนวทางสะเต็มสำหรับเด็กปฐมวัย https://emagazine.ipst.ac.th/238/44/ รวมไปถึงการส่งเสริมประสบการณ์ทางวิศวกรรมในรูปแบบที่ไม่เป็นทางการอย่างการเล่นเชิงวิศวกรรมในสภาพแวดล้อมที่เน้นการเล่นเป็นฐาน ซึ่งเต็มไปด้วยโอกาสในการเรียนรู้วิศวกรรมที่เหมาะสมและสอดคล้องกับธรรมชาติของเด็กปฐมวัย โดยผู้ใหญ่มีบทบาทสำคัญในการเป็นนั่งร้าน (Scaffolding) หรือการเสริมต่อการเรียนรู้ของเด็ก อีกทั้งยังช่วยส่งเสริมพัฒนาการและการเรียนรู้ของเด็กอย่างเป็นองค์รวมอีกด้วย ซึ่งผู้อ่านสามารถศึกษารายละเอียดได้จากบทความ การเล่นเชิงวิศวกรรม (Engineering Play) กับเด็กปฐมวัย https://www.scimath.org/article-science/item/18341-04-02-2025
การส่งเสริมประสบการณ์ทางวิศวกรรมตั้งแต่ระดับปฐมวัยนั้นจะช่วยส่งเสริมให้เด็กมีความฉลาดรู้ทางวิศวกรรม ซึ่งครอบคลุมจิตนิสัยทางวิศวกรรม การปฏิบัติทางวิศวกรรม และความรู้ทางวิศวกรรม ซึ่งถือเป็นคุณลักษณะที่สำคัญในการทำงานของนักประดิษฐ์ นวัตกร ผู้สร้าง นักออกแบบ และพลเมืองที่มีความรู้ (American Society for Engineering Education [ASEE], 2020) สอดคล้องกับเป้าหมายของยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี (พ.ศ. 2561 - 2580) ที่ให้ความสำคัญกับการปฏิรูปกระบวนการเรียนรู้ที่ตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงในศตวรรษที่ 21 ตั้งแต่ระดับปฐมวัย โดยมุ่งเน้นทั้งทักษะและความรู้ในลักษณะสหวิทยาการ เช่น วิศวกรรมศาสตร์ วิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ การเรียนรู้เชิงบูรณาการที่เน้นการลงมือปฏิบัติ หล่อหลอมทักษะการเรียนรู้และความคิดสร้างสรรค์ ตลอดจนการเรียนรู้ด้านวิชาชีพและทักษะชีวิต (สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ, 2561) สามารถปรับตัวรับการเปลี่ยนแปลง เผชิญกับปัญหาและความท้าทายได้ในอนาคตต่อไป
บทความนี้เป็นส่วนหนึ่งของนิตยสาร สสวท. ปีที่ 52 ฉบับที่ 250 กันยายน – ตุลาคม 2567
ผู้อ่านสามารถติดตามบทความที่น่าสนใจเพิ่มเติมได้ที่ https://emagazine.ipst.ac.th/250/26/
บรรณานุกรม
American Society for Engineering Education. (2020). Framework for P–12 engineering learning: a defined and cohesive educational foundation for P–12 engineering. American Society for Engineering Education. https://doi.org/10.18260/1-100-1153-1.
Cinar, S. (2019). Integration of Engineering Design in Early Education: how to achieve it. Cypriot Journal of Educational Science. 14(4): 520–534. https://doi.org/10.18844/cjes.v11i4.4057.
Cunningham, C.M. (2018). Engineering in Elementary STEM Education: curriculum design, instruction, learning and assessment. Teachers College Press.
English, L. & Moore, T.J. (2018). Early Engineering Learning, Early Mathematics Learning and Development. Springer. https://doi.org/10.1007/978-981-10-8621-2_13.
English, L. (2021). Integrating Engineering within Early STEM and STEAM Education. In Cohrssen, C., Garvis, S. (Eds), Embedding STEAM in Early Childhood Education and Care. Palgrave Macmillan. https://doi.org/10.1007/978-3-030-65624-9_6.
Evangelou, D. & Bagiati, A. (2019). Engineering in Early Learning Environments. In Cohen, L. & Waite-Stupiansky, S. (Eds.), STEM in early childhood education. Taylor and Francis.
Gold, Z. S. & Elicker, J. & Beaulieu, B. A. (2020). Learning Engineering through Block Play: stem in preschool. YC Young Children, 75(2): 24–29. https://www.jstor.org/stable/26979142.
Heroman, C. (2019). Making and Tinkering with STEM: solving design challenges with young children. The National Association for the Education of Young Children.
Lippard, C.N. & Lamm, M. & Riley, K. (2017). Engineering Thinking in Prekindergarten Children: a systematic literature review. Journal of Engineering Education, 106(3): 454–474. https://doi.org/10.1002/jee.20174.
Lottero-Perdue, P. S. (2019). Engaging Young Children in Engineering Design: encouraging them to think, create, try and try again. In Cohen, L., & Waite-Stupiansky, S. (Eds.), STEM in Early Childhood Education. Taylor and Francis.
Museum of Science. (2015). Engineering is Elementary. The Museum of Science. http://www.eie.org.
National Academies of Sciences, Engineering, and Medicine. (2020). Building Capacity for Teaching Engineering in K-12 Education. The National Academies Press. https://doi.org/10.17226/25612.
National Academies of Sciences, Engineering, and Medicine. (2022). Science and Engineering in Preschool through Elementary Grades: the brilliance of children and the strengths of educators. The National Academies Press. https://doi.org/10.17226/26215.
Weigel, D. & Byington, T. & Kim, Y. (2019). Engineering in the Preschool Classroom. University of Nevada Cooperative Extension.
สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี. (2563). กรอบการเรียนรู้และแนวทางการจัดประสบการณ์การเรียนรู้บูรณาการวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และคณิตศาสตร์ในระดับ ปฐมวัย ตามหลักสูตรการศึกษาปฐมวัย พุทธศักราช 2560. กรุงเทพมหานคร: โกโกพริ้นท์ (ไทยแลนด์).
สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ สำนักนายกรัฐมนตรี. (2561). ยุทธศาสตร์ชาติระยะ 20 ปี (พ.ศ. 2561-2580). สำนักงานเลขานุการของคณะกรรมการ. https://www.nesdc.go.th/download/document/SAC/NS_PlanOct2018.pdf.
