การส่งเสริมความฉลาดรู้ด้านการอ่าน ในเนื้อหาวิทยาศาสตร์
การส่งเสริมความฉลาดรู้ด้านการอ่านในเนื้อหาวิทยาศาสตร์
การอ่านมีความสำคัญกับการศึกษาและการดำเนินชีวิต รวมถึงการเรียนรู้ตลอดชีวิต นอกจากนี้ ความฉลาดรู้ด้านการอ่าน (Reading literacy) มีความสัมพันธ์กับความฉลาดรู้ด้านวิทยาศาสตร์และคณิตศาสตร์ (Science and Mathematics Literacy) (PISA Thailand, 2566) แต่ผลการประเมิน PISA 2022 ที่ผ่านมาในด้านความฉลาดรู้ด้านการอ่านของเด็กไทยมีแนวโน้มของคะแนนลดลงอย่างต่อเนื่อง แม้ว่าผลการสอบ PISA ในแต่ละครั้งจะสุ่มตัวอย่างผู้เรียนเพียงส่วนหนึ่ง ไม่ใช่ผู้เรียนทั้งหมดของระบบการศึกษา ซึ่งไม่ใช่ทั้งหมดของประเทศ แต่ผลการสอบก็สะท้อนให้เห็นภาพรวมของระบบการศึกษาของประเทศ หลายภาคส่วนจึงเรียกร้องให้ระบบการศึกษาไทยต้องยกระดับความสามารถด้านการอ่านของนักเรียนในทุกช่วงชั้นอย่างเร่งด่วน โดยเสนอแนะให้มีการพัฒนาครู สื่อ หรือปรับปรุงหลักสูตร เพื่อพัฒนาความฉลาดรู้ให้กับผู้เรียน (สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (ทีดีอาร์ไอ) (2566); สำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงศึกษาธิการ, (2566); PISA Thailand (2566))
การฉลาดรู้ด้านการอ่าน หรือการรู้เรื่องการอ่าน (Reading literacy) หมายถึง ความสามารถที่จะทำความเข้าใจกับสิ่งที่ได้อ่าน สามารถนำไปใช้ ประเมิน สะท้อนออกมาเป็นความคิดเห็นของตนเอง และมีความรักและผูกพันกับการอ่าน เพื่อให้บรรลุเป้าหมาย พัฒนาความรู้และศักยภาพ และการมีส่วนร่วมในสังคม (OECD, 2019)
PISA ได้จัดทำเอกสารกรอบการประเมินความฉลาดรู้ด้านการอ่าน (จากเว็บไซต์ PISA Thailand (PISA Thailand, 2566)) สรุปได้ดังนี้
การประเมินความฉลาดรู้ด้านการอ่านของ PISA ประกอบด้วย 4 มิติ ได้แก่ (1) บทอ่าน เป็นสิ่งที่ผู้อ่านจะต้องอ่าน ซึ่งอยู่ในรูปแบบที่หลากหลาย (2) กระบวนการอ่าน เป็นกลยุทธ์ทางการคิด ซึ่งบ่งชี้ถึงวิธีที่ผู้อ่านนำมาใช้ในการอ่านและมีส่วนร่วมกับบทอ่าน (3) ภาระงาน เป็นภาระงานที่ต้องปฏิบัติ โดยให้ผู้อ่านมีส่วนร่วมกับบทอ่านอย่างมีจุดประสงค์ ซึ่งก็คือการตอบคำถามเกี่ยวกับบทอ่าน และ (4) สถานการณ์ เป็นบริบทหรือสถานการณ์ที่มีความหลากหลายตามจุดประสงค์ของการอ่าน ดังตาราง 1
ตาราง 1 มิติและองค์ประกอบย่อยของการประเมินความฉลาดรู้ด้านการอ่าน

จากกรอบการประเมินความฉลาดรู้ด้านการอ่านที่กล่าวมา จะพบว่ามีการใช้บริบทของบทอ่านที่หลากหลาย ตั้งแต่ระดับส่วนบุคคลไปจนถึงระดับโลก และสถานการณ์มีความหลากหลายและต้องอาศัยความสามารถด้านการคิดของผู้อ่านหลากหลายด้าน ดังนั้น อาจจะกล่าวได้ว่าการจัดการเรียนการสอนในชั้นเรียนเพื่อส่งเสริมความฉลาดรู้ด้านการอ่าน ควรทำให้ผู้เรียนได้พบกับบริบทของบทอ่านและสถานการณ์ที่หลากหลายให้ได้มากที่สุด การจัดการเรียนการสอนในห้องเรียนในแต่ละวิชาก็สามารถที่จะส่งเสริมให้เกิดความฉลาดรู้ด้านการอ่านได้ รวมถึงวิชาวิทยาศาสตร์ก็เช่นกัน สามารถใช้เนื้อหาวิชาวิทยาศาสตร์เพื่อให้ผู้เรียนได้ฝึกกระบวนการอ่านได้ ซึ่งสอดคล้องกับวัตถุประสงค์ของการประเมินความฉลาดรู้ด้านการอ่านของ PISA ที่ว่า “เพื่อประเมินความเชี่ยวชาญในกระบวนการอ่านของนักเรียน โดยอาศัยมิติที่หลากหลายของเนื้อหาที่อ่านและสถานการณ์ ซึ่งมีความหลากหลายของบริบทหรือจุดประสงค์ของการอ่านบทความที่มีตั้งแต่หนึ่งเรื่องขึ้นไป” (PISA Thailand, 2566)
ความฉลาดรู้ด้านการอ่านต้องอาศัยความสามารถหรือสมรรถนะด้านการคิด เพื่อใช้ในกระบวนการอ่านบทอ่านต่าง ๆ การกระตุ้นให้ผู้เรียนคิดเป็นสิ่งสำคัญที่ผู้สอนควรส่งเสริมให้ผู้เรียนมีความสามารถ ตั้งแต่การคิดเพื่อค้นหาข้อสนเทศในบทอ่าน การคิดเพื่อให้เข้าใจเนื้อหาสาระของบทอ่าน ไปจนถึงการคิดเพื่อประเมินและสะท้อนความคิดเห็นต่อเนื้อหาสาระที่อ่าน ในการเรียนการสอนวิทยาศาสตร์จำเป็นต้องอาศัยการอ่านเพื่อหาข้อมูล ทำความเข้าใจเนื้อหาสาระของบทอ่าน รวมทั้งประเมินบทอ่านและนำเสนอมุมมองของตนเองเกี่ยวกับบทอ่านด้วยเช่นกัน ซึ่งภาระงานนี้ต้องอาศัยความสามารถด้านการคิดเช่นกัน
บทความนี้จะขอยกตัวอย่างแนวทางการใช้สื่อหนังสือเรียนรายวิชาพื้นฐานวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ตามมาตรฐานและตัวชี้วัดกลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2560) ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 (ฉบับปรับปรุง พุทธศักราช 2560) ระดับประถมศึกษา ของสถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.) เพื่อช่วยส่งเสริมความฉลาดรู้ด้านการอ่าน รวมทั้งสมรรถนะด้านการคิดในบทอ่านประเภทต่าง ๆ ที่มีอยู่ในหนังสือชุดนี้ เช่น การบอกเล่าอธิบายเหตุผล (Exposition) คำแนะนำ (Instruction) นอกจากนี้ ยังมีเนื้อเรื่องที่เป็นเนื้อหาที่หลากหลาย โดยจะเปิดโอกาสให้ผู้เรียนได้ฝึกกระบวนการอ่านในมิติขององค์ความรู้และสถานการณ์ที่เกี่ยวข้องกับวิทยาศาสตร์ ซึ่งเป็นสิ่งที่นักเรียนพบเห็นได้รอบตัว ทั้งในโรงเรียนและนอกห้องเรียน และนำเสนอเทคนิคการใช้คำถามเพื่อกระตุ้นการคิดของผู้เรียน เพื่อให้ผู้เรียนตื่นตัวขณะอ่าน โดยใช้บทอ่านประเภทต่าง ๆ ที่อยู่ในหนังสือเรียน ซึ่งการใช้คำถามนี้จะสอดคล้องกับภาระงาน (Tasks) ของกรอบการประเมิน PISA 2018 ที่เมื่อนักเรียนอ่านบทอ่านแล้วต้องตอบคำถามที่เกี่ยวข้องกับบทอ่านได้
ตัวอย่างเช่น ภาพ 1 - 3 (สสวท., 2560) แสดงหน้าหนังสือเรียนวิทยาศาสตร์ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 เล่ม 2 บทที่ 1 วัสดุรอบตัวเรา หน้าที่ 24 และ 25 ตามลำดับ

ภาพ 1
แนวทางการใช้สื่อเพื่อส่งเสริมความฉลาดรู้ด้านการอ่านและสมรรถนะด้านการคิด
ผู้สอนสามารถใช้บทอ่านนี้ในการฝึกกระบวนการอ่านของผู้เรียน เพื่อให้ผู้เรียนมีความตื่นตัวขณะอ่าน ฝึกด้านการรู้ตำแหน่งข้อสนเทศในบทอ่าน และการมีความเข้าใจในบทอ่าน และตรวจสอบความเข้าใจว่าผู้เรียนเข้าใจในบทอ่าน ผู้สอนควรเปิดโอกาสให้ผู้เรียนได้อ่านข้อความที่มีทั้งหมดในแต่ละส่วน ตั้งแต่ข้อความที่เป็นชื่อบท ข้อความในแนวคิดสำคัญ และข้อความต่าง ๆ ในเนื้อเรื่อง หลังจากผู้เรียนอ่านข้อความแต่ละส่วนแล้ว ผู้สอนอาจใช้เทคนิคการใช้คำถาม เช่น
- สิ่งที่อ่านเกี่ยวกับเรื่องอะไร (คำตอบ: ขึ้นอยู่กับความเข้าใจของผู้อ่าน เช่น เกี่ยวกับวัสดุและสมบัติของวัสดุ)
- ผู้อ่านเข้าใจเนื้อหาที่อ่านว่าอย่างไร (คำตอบ: ขึ้นอยู่กับความเข้าใจของผู้อ่าน เช่น เข้าใจว่าวัสดุมีหลายชนิด แต่ละชนิดมีสมบัติแตกต่างกัน การใช้สิ่งของบางอย่างประกอบด้วยวัสดุหลายชนิด) ทั้งสองคำถามเพื่อให้ผู้เรียนมีโอกาสได้ค้นหาสาระของสิ่งที่อ่าน และได้ฝึกฝนด้านการมีความเข้าใจเนื้อหาสาระของสิ่งที่อ่าน นอกจากนี้ ในหน้านี้ ผู้เรียนจะได้รับการฝึกให้ทำความเข้าใจทั้งข้อความที่เป็นภาษา (เนื้อหาสาระใต้ภาพ) และภาพประกอบกัน ซึ่งสอดคล้องกับสมรรถนะที่ต้องการฝึกฝนให้กับผู้เรียนด้านทำความเข้าใจเนื้อหาสาระของสิ่งที่อ่านได้อีกด้วย

ภาพ 2

ภาพ 3
แนวทางการใช้สื่อเพื่อส่งเสริมความฉลาดรู้ด้านการอ่านและสมรรถนะด้านการคิด
ผู้สอนสามารถใช้บทอ่านนี้ในการฝึกกระบวนการอ่านของผู้เรียน เพื่อให้ผู้เรียนมีความตื่นตัวขณะอ่าน และมีความเข้าใจในบทอ่าน รวมทั้งตรวจสอบความเข้าใจว่าผู้เรียนเข้าใจในบทอ่านได้ ดังนี้
- ผู้สอนใช้คำถามเพื่อฝึกฝนให้ผู้อ่านตรวจสอบความคิดของตนเองก่อนอ่าน คิดก่อนอ่าน และเมื่ออ่านเนื้อเรื่องจบแล้วต้องค้นหาว่าคำถามเหล่านั้นสามารถตอบได้หรือไม่ และคำตอบนั้นอยู่ส่วนใดของเนื้อเรื่องและตอบว่าอย่างไร และบางคำถามเป็นคำถามเพื่อตรวจสอบว่าผู้อ่านสามารถแปลความหมายจากสิ่งที่อ่านได้หรือไม่
- หลังจากอ่านเนื้อหาในเรื่องจบแล้ว ผู้เรียนต้องตอบคำถาม “รู้หรือยัง” ซึ่งเป็นคำถามเดียวกับ “คิดก่อนอ่าน” ในการตอบคำถามข้อ 1. วัตถุคืออะไร (คำตอบ: สิ่งของ) และข้อ 2. วัสดุคืออะไร (คำตอบ: สิ่งต่าง ๆ ที่นำมาทำเป็นวัตถุเหล่านั้น) คำถามสองคำถามนี้ หากพิจารณาจากเนื้อเรื่อง ไม่สามารถตอบได้ทันทีจากเนื้อหาที่อ่าน เพราะในเนื้อเรื่องก็ไม่ได้ให้ความหมายของคำว่าวัตถุและวัสดุไว้อย่างชัดเจนตรงไปตรงมา ผู้เรียนจำเป็นต้องค้นหาว่าสาระที่จะนำมาตอบคำถามอยู่ย่อหน้าและบรรทัดใดในเนื้อเรื่อง และต้องทำความเข้าใจกับสาระนั้นก่อนจึงจะสามารถตอบได้ สำหรับคำถามข้อ 3. วัสดุใดบ้างที่ใช้ทำบ้าน (คำตอบ: ไม้ อิฐ) การที่จะตอบคำถามนี้ได้ ผู้อ่านต้องค้นหาสาระของสิ่งที่อ่านก่อน และทำความเข้าใจเนื้อหาของสิ่งที่อ่านว่าอะไรบ้างเป็นชนิดของวัสดุที่นำมาทำบ้านได้
- ผู้สอนอาจเปิดโอกาสให้ผู้อ่านได้ระบุแนวคิดหลักของบทอ่าน ซึ่งเป็นการฝึกการอ่านในด้านการมีความเข้าใจในบทอ่าน โดยในบทอ่านนี้เป้าหมายเพื่อต้องการให้ผู้อ่านเข้าใจความหมายของคำศัพท์ทางวิทยาศาสตร์ในคำสำคัญ ได้แก่ วัตถุและวัสดุ ผ่านเรื่องราวการนำวัสดุมาใช้ในการทำสิ่งของหรือวัตถุต่าง ๆ จากเนื้อเรื่องอาจสรุปแนวคิดหลักได้ว่า สิ่งของต่าง ๆ เป็นวัตถุซึ่งทำมาจากวัสดุต่าง ๆ หากผู้อ่านสามารถบอกแนวคิดหลักจากบทอ่านได้ ก็แสดงว่าผู้อ่านมีความเข้าใจบทอ่าน
เมื่อใช้กรอบสมรรถนะของผู้เรียนเกี่ยวกับความฉลาดรู้ด้านการอ่านของ PISA จะพบว่า ในภาพ 1 - 3 เมื่อผู้สอนได้ใช้บทอ่านประเภทแหล่งข้อมูลเดียว และเปิดโอกาสให้ผู้เรียนฝึกกระบวนการอ่าน (ดังตาราง 1) ตามที่กล่าวมาแล้วนั้น ผู้เรียนจะได้ฝึกในข้อ 2.1 การรู้ตำแหน่งข้อสนเทศของบทอ่าน ด้าน 2.1.1 การเข้าถึงและค้นสาระข้อสนเทศที่อยู่ในบทอ่าน และ 2.2 การมีความเข้าใจในบทอ่าน ในด้าน 2.2.1 ความเข้าใจในความหมายที่แท้จริงของบทอ่าน
อีกตัวอย่างแสดงหนังสือเรียนรายวิชาพื้นฐานวิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยี ชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 เล่ม 2 หน้าที่ 6 ดังภาพ 4 (สสวท., 2560)

ภาพ 4
แนวทางการใช้สื่อเพื่อส่งเสริมความฉลาดรู้ด้านการอ่านและสมรรถนะด้านการคิด
ในหน้านี้จะประกอบด้วยชื่อกิจกรรม และมีหัวข้อ ทำเป็นคิดเป็น สิ่งที่ต้องใช้ และทำอย่างไร ผู้สอนสามารถใช้บทอ่านนี้ในการฝึกกระบวนการอ่านของผู้เรียน เพื่อให้ผู้เรียนมีความตื่นตัวขณะอ่าน และมีความเข้าใจในบทอ่าน รวมทั้งตรวจสอบความเข้าใจว่าผู้เรียนเข้าใจในบทอ่าน
- ใช้เทคนิคการถามคำถาม เช่น
วิธีการที่ 1 ผู้สอนอาจให้ผู้อ่านอ่านเนื้อเรื่องในหน้านี้ตั้งแต่ต้นจนจบ และใช้คำถาม เช่น
- รายการวัสดุอุปกรณ์ที่ต้องใช้อยู่ส่วนใดของเนื้อเรื่อง (คำตอบ: อยู่ในหัวข้อสิ่งที่ต้องใช้) คำถามนี้เพื่อตรวจสอบว่าผู้อ่านสามารถค้นหาสาระจากสิ่งที่อ่านได้
- นำวัสดุเหล่านี้มาทำอะไร (คำตอบ: นำมาทดลองเพื่อเปรียบเทียบความแข็งของวัสดุแต่ละชนิด) คำถามนี้เพื่อตรวจสอบว่าผู้อ่านมีความเข้าใจในบทอ่าน
วิธีการที่ 2 ผู้สอนอาจให้ผู้อ่านอ่านไปทีละหัวข้อแล้วใช้คำถาม ตัวอย่างเช่น
- ในหัวข้อ ทำเป็นคิดเป็น หลังจากผู้อ่านอ่านเนื้อเรื่องในหัวข้อนี้จบแล้ว ผู้สอนอาจใช้คำถามว่า ในกิจกรรมนี้เราจะได้เรียนรู้เกี่ยวกับเรื่องอะไร (คำตอบ: จะได้เรียนรู้เกี่ยวกับความแข็งของวัสดุแต่ละชนิดและการนำวัสดุมาใช้ประโยชน์) คำถามนี้เพื่อตรวจสอบว่าผู้อ่านสามารถสรุปได้ว่าจะได้เรียนรู้แนวคิดอะไรหลังจากทำกิจกรรม ซึ่งแสดงว่าผู้อ่านมีความเข้าใจในบทอ่าน
- ในหัวข้อ สิ่งที่ต้องใช้ ผู้สอนอาจถามผู้อ่านว่า มีแผ่นวัสดุกี่ชนิดที่ต้องนำมาเปรียบเทียบความแข็ง และมีชนิดใดบ้าง (คำตอบ: มี 5 ชนิด ได้แก่ แผ่นไม้ แผ่นพลาสติก แผ่นเหล็ก แผ่นอะลูมิเนียม และแผ่นกระจก) คำถามนี้เพื่อตรวจสอบว่าผู้อ่านเข้าใจเนื้อหาสาระของสิ่งที่อ่านได้
- ในหัวข้อ ทำอย่างไร จะเป็นหัวข้อที่สอดคล้องกับลักษณะบทอ่านที่เป็นคำแนะนำ (Instruction) (PISA Thailand, 2566) ผู้สอนสามารถใช้คำถาม เช่น
1 ) ทำอย่างไร ในข้อที่ 1 ต้องทำอะไรบ้าง (คำตอบ: ต้องสังเกตวัสดุที่แตกต่างกัน 5 ชนิด) ซึ่งคำถามนี้เพื่อตรวจสอบความเข้าใจความหมายที่แท้จริงของบทอ่านได้ หากผู้อ่านสื่อสารด้วยข้อความสั้น ๆ ดังตัวอย่างคำตอบ ผู้สอนอาจถามต่อไปว่า ต้องสังเกตวัสดุแต่ละชนิดอย่างไร ต้องสังเกตอย่างละเอียด เช่น จำนวนของวัสดุแต่ละชนิดมีเท่าใด และลักษณะของวัสดุแต่ละชนิดเป็นอย่างไร เช่น สี ลักษณะผิว รูปทรง ผู้อ่านตอบได้แบบนี้แสดงว่าผู้อ่านมีความเข้าใจความหมายที่แท้จริงของบทอ่าน
2) ตัวแปรที่ต้องระบุในข้อที่ 2 มีตัวแปรอะไรบ้าง (คำตอบ: ตัวแปรที่ต้องระบุมี ตัวแปรต้น ตัวแปรตาม ตัวแปรที่ต้องควบคุม) หากผู้อ่านตอบได้ แสดงว่าผู้อ่านเข้าใจความหมายของคำว่าตัวแปรในการทดลองนี้
- ผู้สอนอาจเปิดโอกาสให้ผู้อ่านสรุปย่อขั้นตอนการทำกิจกรรมที่ผู้อ่านได้อ่าน เพื่อตรวจสอบว่าผู้อ่านสามารถสรุปข้อสนเทศที่มีอยู่ในขั้นตอนการทำกิจกรรม ซึ่งมีอยู่หลายส่วน เช่น หากผู้อ่านสรุปวิธีทำกิจกรรมได้ว่า
- สังเกตวัสดุที่แตกต่างกัน 5 ชนิด
- ตั้งสมมติฐานเกี่ยวกับวัสดุที่เลือกมา 1 ชนิด เทียบกับอีก 4 ชนิดที่เหลือ พร้อมระบุตัวแปรของการทดลอง
- ออกแบบการทดลองและตารางบันทึกผลการทดลอง และสรุปวิธีการทดสอบความแข็ง
- ทำการทดลองเพื่อตรวจสอบสมมติฐาน
- อภิปรายและลงข้อสรุป
- สืบค้นข้อมูลเกี่ยวกับการใช้ประโยชน์ของวัสดุ
หากผู้อ่านสรุปได้เช่นนี้ แสดงถึงความเข้าใจเกี่ยวกับการดำเนินกิจกรรมและเป็นไปตามลำดับ ซึ่งแสดงว่าผู้อ่านเข้าใจความหมายที่แท้จริงของบทอ่าน
เมื่อใช้กรอบสมรรถนะของผู้เรียนเกี่ยวกับความฉลาดรู้ด้านการอ่านของ PISA จะพบว่า ในภาพ 4 ผู้สอนได้ใช้บทอ่านประเภทแหล่งข้อมูลเดียว และเปิดโอกาสให้ผู้เรียนฝึกกระบวนการอ่าน (ดังตาราง 1) ผู้อ่านจะได้ฝึกในข้อ 2.1 การรู้ตำแหน่งข้อสนเทศของบทอ่าน ในด้าน 2.1.1 การเข้าถึงและค้นสาระข้อสนเทศที่อยู่ในบทอ่าน และข้อ 2.2 การมีความเข้าใจในบทอ่าน ในด้าน 2.2.1 ความเข้าใจในความหมายที่แท้จริงของบทอ่าน และด้าน 2.2.2 การบูรณาการและลงข้อสรุปจากข้อสนเทศหลาย ๆ ส่วนที่อยู่ในบทอ่าน

ภาพจาก: https://amplify.com/science-of-reading/
จะเห็นได้ว่า แนวทางการใช้หนังสือเรียนทั้งในส่วนบทนำ (ภาพ 1) อ่านเนื้อเรื่อง (ภาพ 2 - 3) และในหน้ากิจกรรม (ภาพ 4) ผู้สอนสามารถใช้หนังสือเรียนเป็นสื่อในการพัฒนาความสามารถด้านการอ่านของผู้เรียนได้ โดยใช้เทคนิคการใช้คำถามหรือให้ภาระงานกับผู้อ่าน เพื่อพัฒนากระบวนการอ่านของผู้อ่านในด้านการรู้ตำแหน่งข้อสนเทศในบทอ่าน และการมีความเข้าใจในบทอ่าน ตามกรอบการประเมินความฉลาดรู้ด้านการอ่านของ PISA (PISA Thailand, 2566) การจัดการเรียนการสอนเพื่อให้ผู้เรียนได้ฝึกการอ่านและส่งเสริมสมรรถนะด้านการคิดควบคู่กันไป ผู้สอนจะมีบทบาทสำคัญอย่างมากในการใช้สื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดกับผู้เรียน
หากผู้สอนต้องการตัวอย่างคำถามเพื่อเป็นแนวทางในการจัดการเรียนการสอนเพื่อส่งเสริมความฉลาดรู้ด้านการอ่าน สามารถศึกษาเพิ่มเติมได้ในคู่มือครูรายวิชาพื้นฐานวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ระดับประถมศึกษาปีที่ 1 - 6 โดยดาวน์โหลดไฟล์คู่มือครูได้ในเว็บไซต์ https://www.scimath.org/teacherguide2560
บทความนี้เป็นส่วนหนึ่งของนิตยสาร สสวท. ปีที่ 52 ฉบับที่ 246 มกราคม – กุมภาพันธ์ 2567
ผู้อ่านสามารถติดตามบทความที่น่าสนใจเพิ่มเติมได้ที่ https://emagazine.ipst.ac.th/246/36/
บรรณานุกรม
OECD. (2019). PISA 2018 Assessment and Analytical Framework, PISA. Paris: OECD Publishing.
PISA Thailand. (2566). กรอบการประเมินด้านการอ่าน. สืบค้นเมื่อ 10 ธันวาคม 2566, จาก https://pisathailand.ipst.ac.th/about-pisa/reading_literacy_framework/.
สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.) กระทรวงศึกษาธิการ. (2560). หนังสือเรียนรายวิชาพื้นฐานวิทยาศาสตร์ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 เล่ม 1. กรุงเทพมหานคร: โรงพิมพ์คุรุสภาลาดพร้าว.
สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.) กระทรวงศึกษาธิการ. (2560). หนังสือเรียนรายวิชาพื้นฐานวิทยาศาสตร์ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 เล่ม 2. กรุงเทพมหานคร: โรงพิมพ์คุรุสภาลาดพร้าว.
สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (ทีดีอาร์ไอ). (2566). เอกสารประกอบการแถลงข่าว ผลสอบ PISA สัญญาณเตือนวิกฤติการศึกษา แก้ปัญหาให้ถูกจุด. สืบค้นเมื่อ 15 ธันวาคม 2566, จากhttps://tdri.or.th/2023/12/pisa-2022/.
สำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงศึกษาธิการ. (2566). ศธ.แถลงผลการประเมิน PISA 2022. สืบค้นเมื่อ 16 ธันวาคม 2566, จาก https://moe360.blog/2023/12/07/pisa-2022/.
